.

KNOWLEDGE

เรียนรู้เรื่องราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ กับ ปตท.

การดูแลรักษาระบบท่อก๊าซฯภายในโรงงาน (Maintenance)

เมื่อกล่าวถึงการใช้ก๊าซธรรมชาติให้ปลอดภัย การให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาอุปกรณ์และระบบท่อก๊าซฯภายในโรงงานก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความความปลอดภัยระหว่างการใช้ก๊าซฯได้เป็นอย่างดี ซึ่ง ปตท. อ้างอิงมาตรฐาน ASME 31.8 , NFPA 54 , PTT NATURAL GAS DISTRIBUTION PIPELINE DESIGN CONCEPT MANUAL และคู่มือระบบท่อก๊าซฯภายในโรงงาน ทำให้ลูกค้าสามารถดูแลบำรุงรักษาระบบท่อภายในโรงงานได้ด้วยตนเอง และควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ โดยเบื้องต้นสามารถแบ่งการบำรุงรักษาออกได้เป็นสองแบบคือ

  • การดูแลรักษาและการตรวจสอบระบบท่อก๊าซฯ

  • การดูแลรักษาหัวเผาและเครื่องจักร

1.การดูแลรักษาและการตรวจสอบระบบท่อก๊าซฯ

“ท่อก๊าซฯธรรมชาติ” ตามมาตรฐาน ปตท. โดยส่วนมากเป็นท่อ Carbon Steel ซึ่งเป็นท่อเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและทนทานต่อแรงดันได้มาก แต่เพื่อความปลอดภัยในการใช้ก๊าซฯ การดูแลรักษาระบบท่อก๊าซให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยสามารถทำตามมาตรฐานการดูแลรักษาระบบท่อภายในโรงงานได้ดังต่อไปนี้

แผนผังการดูแลบำรุงรักษาระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ

    1.1 ตรวจสอบการรั่วซึมของก๊าซ (Leak Test)

คำอธิบาย:Leak Test คือการทดสอบการรั่วซึมของก๊าซธรรมชาติออกมาจากท่อส่งก๊าซฯภายในโรงงาน โดยวิธีการทดสอบว่ามีการรั่วซึมของก๊าซฯหรือไม่นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมนั้นมีอยู่ด้วยกันสองวิธีหลักๆคือใช้น้ำฟองสบู่หรือ Liquid Leak Test กับใช้ Gas Detector

บริเวณที่ทำการทดสอบ:บริเวณหน้าแปลน, วาล์ว, เกลียว หรือจุดที่เป็นสนิม ในกรณีใช้น้ำฟองสบู่หรือLiquid Leak Test หลังการทดสอบควรทำการล้างบริเวณที่ทดสอบด้วยน้ำเปล่าและเช็ดด้วยผ้าแห้งเพื่อป้องกันการเกิดสนิม

ภาพแสดงการทดสอบ Leak Test โดยใช้ Liquid Leak Test แล้วพบรอยรั่วซึม

ภาพแสดงการทดสอบโดยใช้ Liquid Leak Test สเปรย์ลงบริเวณข้อต่อเกลียว/หน้าแปลน

ตัวอย่างเครื่อง Gas Detector

หากพบการรั่วซึมของก๊าซฯ สามารถทำการแก้ไขเบื้องต้นได้โดยการ:

  • ขันหน้าแปลน ข้อต่อ เกลียวให้แน่น

  • หากไม่สามารถหยุดการรั่วไหลอาจต้องเปลี่ยนวัสดุกันรั่วเช่น ปะเก็น, เทปพันเกลียว

  • หากการรั่วซึมเกิดจากการทรุดตัว สนิมลึก หรือการเจาะกระแทกอย่างแรง จำเป็นต้องตัดต่อเปลี่ยนท่อใหม่

  • การเปลี่ยน Stud, Nut & Bolt เมื่อมีการผุกร่อนหรือชำรุด โดยเลือกเปลี่ยนเป็นชนิดเคลือบป้องกันสนิม

ความถี่ในการตรวจสอบ: ควรทำการตรวจสอบทุกๆ 6 เดือน

    1.2 การตรวจสอบแนวท่อ(การยืด/หด/บิดตัว/การทรุดตัว)

คำอธิบาย: ในบางพื้นที่ปัญหาดินทรุดตัวนั้นส่งผลให้ท่อก๊าซฯเกิดการบิดตัวขึ้น ซึ่งตามคุณสมบัติของท่อ Carbon Steel ท่อก๊าซฯสามารถยืดหดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากเกิดการยืด/หด/บิดตัว/ทรุดตัว เกินกว่าที่คุณสมบัติของท่อจะรับได้ ก็จะทำให้เกิดการแตกของท่อ และเป็นอันตรายได้ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยตา หรือใช้เครื่องมือวัดระดับแล้วอ่านค่าเปรียบเทียบกับตารางความแอ่นที่รับได้ของท่อ/อุปกรณ์

บริเวณที่ทำการทดสอบ: บริเวณแนวท่อก๊าซฯที่มีการยึดท่อกับ Support ที่ไม่ใช่รากฐานเดียวกัน หรือจุดที่มีการฝังท่อลงใต้ดิน/จุดที่ท่อโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน และจุดที่มีการใช้ Flexible Hose (ท่ออ่อน)

ภาพตัวอย่างจุดที่ท่อมีการทรุดตัวเนื่องจากเป็นท่อฝังลงใต้ดิน โดยเทียบกับอีกท่อที่เดินบนดิน

ภาพแสดงลักษณะ Flexible Hose ที่มีการบิดงอผิดรูปแบบ อันเกิดมาจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของท่อ

หากพบปัญหาการยืด/หด/บิดตัว/ทรุดตัว ของท่อก๊าซฯ สามารถแก้ปัญหาได้โดย :

  • หากการทรุดตัวเกิดที่ Flexible hose ถ้าระยะการทรุดตัวเกินจากตารางคำแนะนำของผู้ผลิต ให้ดำเนินการปรับ alignment ของแนวท่อและเปลี่ยน Flexible hose ใหม่

  • หากการทรุดตัวเกิดบนแนวท่อ ให้ปรับ alignment ใหม่และปรับ Support ของแนวท่อใหม่

ความถี่ในการตรวจสอบ: ควรตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 1 ปี

    1.3 ระบบการป้องกันการผุกร่อนของท่อใต้ดินหรือระบบ Cathodic Protection(CP)

คำอธิบาย: ระบบ Cathodic Protection(CP) คือระบบป้องกันการผุกร่อนของท่อใต้ดินโดยการใช้ความต่างศักดิ์ของประจุไฟฟ้าและแท่ง Sacrificial Rod เพื่อบังคับให้เกิดการผุกร่อนแทนท่อก๊าซฯ ซึ่งระบบนี้เป็นระบบป้องกันที่ใช้กับท่อที่ฝังใต้ดินเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้กับท่อที่ไม่ได้ฝังใต้ดินได้ โดยการตรวจสอบจะทำการวัดค่าความต่างศักดิ์ไฟฟ้าที่ CP Test Post ให้มีค่าน้อยกว่า -850 mV

บริเวณที่ทำการทดสอบ: CP Test Post ของระบบท่อก๊าซฯที่มีการฝังลงใต้ดิน

ภาพแสดงป้ายเตือนท่อฝังใต้ดิน(ของ ปตท.) รวมทั้ง CP Test Post สำหรับเช็คการทำงานของระบบ CP

หากผลการทดสอบระบบ Cathodic Protection ต่ำกว่ามาตรฐาน: ตรวจสอบและเปลี่ยนถุง Anodeที่ติดอยู่กับระบบท่อใต้ดิน

ความถี่ในการตรวจสอบ: ควรตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 1 ปี

    1.4 ระบบสายดิน (Grounding)

คำอธิบาย: ระบบ สายดิน(Grounding) เป็นระบบที่ใช้ป้องกันไฟฟ้ารั่วเข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆทั้งภายในและภายนอกสถานีซื้อขายก๊าซฯ และยังป้องกันการเกิดประกายไฟเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร/ไฟฟ้าสถิต ซึ่งนับเป็นอันตรายต่อการเกิดไฟไหม้ในกรณีที่มีก๊าซฯรั่ว โดยสามารถตรวจสอบได้ด้วยตาโดยสังเกตว่าสายไฟที่เชื่อมไปยังระบบสายดินมีการชำรุดหรือไม่ และเช็คค่าความต้านทานของระบบควรมีค่าน้อยกว่า 5 โอห์ม

บริเวณที่ทำการทดสอบ: ระบบสายดิน/บริเวณที่มีการต่อสายไฟฟ้าไปยังแท่งทองแดงที่เสียบอยู่ใต้ดิน

ภาพแสดงระบบสายดินของสถานีวัดซื้อขายก๊าซฯ ปตท.

หากพบการชำรุดของระบบสายดิน หรือค่าความต้านทานไม่ได้ตามมาตรฐาน:

  • หากพบว่าระบบ Grounding ชำรุด ให้รีบแก้ไข

  • หากพบว่าค่าความต้านทานสูงกว่ากำหนดสามารถขอคำแนะนำได้จากทีม Inplant service

    ความถี่ในการตรวจสอบ:
ควรตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 1 ปี

    1.5 การตรวจสอบสีท่อ/การผุกร่อน/การกัดกร่อน

คำอธิบาย: การตรวจสอบสีท่อ/การผุกร่อน/การกัดกร่อน เป็นการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้ท่อเกิดการแตกอันเนื่องมาจากไม่สามารถทนแรงดันของก๊าซฯภายในได้ สีท่อมีหน้าที่คอยป้องกันไม่ให้ผิวท่อภายนอกสัมผัสกับอากาศและความชื้นจนกลายเป็นสนิม หรือใช้เครื่องมือวัดความหนาท่อเพื่อข้อมูลที่แม่นยำขึ้น

บริเวณที่ทำการทดสอบ: ตามแนวท่อก๊าซธรรมชาติ

ภาพแสดงท่อที่มีสีลอกและเริ่มขึ้นสนิม

หากพบการชำรุดของสีท่อ/สนิม:

  • ทำความสะอาดโดยการขัดออกด้วยกระดาษทรายและห้ามใช้เครื่องขัด ใช้มือขัดเท่านั้น

  • หากสนิมกัดกร่อนผิวท่อลึกและอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการรั่วไหลของก๊าซ ให้ทำการตัดต่อท่อใหม่

  • วิธีการทำสีใหม่ สามารถขอข้อมูลได้จากทีม Inplant service

ความถี่ในการตรวจสอบ: ควรตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน

    1.6 ระบบป้องกันฟ้าผ่า

คำอธิบาย: ท่อ Carbon Steel เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดี และอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ระบบท่อภายในโรงงานควรมีการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าหรือสายล่อฟ้าไว้เพื่อป้องกัน โดยสามารถตรวจสอบได้ด้วยสายตาและวัดค่าความต้านทานของระบบสายดิน(Grounding) ว่าได้มาตรฐานหรือไม่

บริเวณที่ทำการทดสอบ: ระบบป้องกันฟ้าผ่า/สายล่อฟ้า

หากพบการชำรุด: หากชำรุด เสียหาย ควรซ่อมแซมให้อยู่ในมาตรฐาน หรือปรึกษาทีม Inplant service

ความถี่ในการตรวจสอบ: ควรตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 1 ปี

    1.7 ตรวจสอบอุปกรณ์วัดความดัน/Pressure Gauge

คำอธิบาย: อุปกรณ์วัดความดันหรือPressure Gauge เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยบอกสภาวะความดันของก๊าซฯภายในท่อได้ แต่อุปกรณ์ควรได้รับการตรวจเช็คและสอบเทียบเป็นระยะๆ เพื่อให้ค่าที่อ่านได้เป็นค่าที่ถูกต้อง

บริเวณที่ทำการทดสอบ: อุปกรณ์วัดความดัน/Pressure Gauge

ภาพแสดงตัวอย่างอุปกรณ์วัดความดัน/Pressure Gauge

ความถี่ในการตรวจสอบ: ควรตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน

2.การดูแลรักษาหัวเผาและเครื่องจักร

ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยจัดระบบบำรุงรักษาประจำเครื่องจักร ซึ่งอย่างน้อยควรมีการดำเนินงานดังนี้

  • ปรับระบบ COMBUSTION ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ โดยการติดตาม FLUE GAS ว่ามี CO, O2, CO/CO2 ตามปกติหรือไม่

  • การทดสอบการ LEAK ของก๊าซผ่านระบบ SHUT DOWN ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

  • ระบบ PROTECTION ได้แก่ FLAME DETECTOR ควรทดสอบว่าใช้งานได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

  • ควรสังเกตติดตาม SEQUENCE การทำงานของอุปกรณ์ เมื่อเริ่มใช้งานจนถึง SHUT DOWN ซึ่งจะต้องรักษาเวลาให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด

การปรับแต่งระบบ COMBUSTION ของเครื่องจักร โดยปกติจะมีการควบคุมว่าต้องทำโดยผู้ที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ แต่ในประเทศเรายังไม่มีการลงทะเบียนผู้ชำนาญ

นอกจากหัวเผาและเครื่องจักรแล้ว ระบบ Gas Train ก็นับเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบท่อก๊าซฯ โดยระบบ Gas Train ส่วนมากมักมีหน้าที่ลดความดันให้ได้ตามความต้องการของเครื่องจักรก่อนที่จะส่งเข้าสู่เครื่องจักร โดยรูปร่างหน้าตาหรืออุปกรณ์ภายในของระบบ Gas Train ของแต่ละเครื่องจักรอาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย เช่นความต้องการของเครื่องจักร, วิธีการควบคุมก๊าซฯเข้าสู่เครื่องจักร, มาตรการณ์ความปลอดภัย ฯลฯ ดังนั้นข้อมูลการดูแลรักษาระบบ Gas Train ดังต่อไปนี้อาจไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกกรณี แต่สามารถนำข้อมูลอุปกรณ์ต่างๆไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการบำรุงรักษาได้

ตัวอย่างการตรวจสอบอุปกรณ์ก๊าซธรรมชาติ (gas train)

อุปกรณ์ในชุด Gas train ต้องสามารถรองรับความดันที่ออกจากสถานีก๊าซฯได้ หรือขอรับคำแนะนำได้จากทีม Inplant service